3. คำสอนว่าด้วยความยากจน, ความมั่งคั่งและรายได้
ในอัคคัญญสูตร (พระสุตตันตปิฎก เล่ม 3 ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค – เป็นที่รู้จักในวงวิชาการตะวันตกว่าเป็น Buddhist Book of Genesis) มีคำสอนที่วิเคราะห์การเกิดขึ้นของ “กรรมสิทธิ์เอกชน” (Private property) เอาไว้ด้วย เรื่องโดยสรุปคือ แต่เดิมนั้นทรัพยากรนั้นมีเหลือเฟือและทุกคนก็ใช้ร่วมกัน ข้าวนั้นสมบูรณ์มากขนาดว่าถ้าเก็บเพื่อบริโภคตอนเย็น ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นต้นใหม่ก็จะเจริญเติบโตพร้อมสำหรับเก็บเกี่ยวสำหรับอาหารเช้าได้ แต่เมื่อความไม่เท่าเทียมกันในรูปลักษณ์ภายนอกปรากฎชัดขึ้น ความตกต่ำของคุณธรรมในสังคมก็เกิดขึ้น เริ่มจาการที่คนที่รูปลักษณ์ดีกว่า เหยีดหยามคนที่รูปลักษณ์ต้อยต่ำกว่า ต่อมาคนเริ่มต้องการจะมีความพอใจที่สูงขึ้น จึงเริ่มที่จะเก็บเกี่ยวข้าวมากกว่าที่จะใช้บริโภคและเก็บไว้สำหรับหลายๆมื้อ แล้วเอาไว้เวลาที่เหลือไปทำงานหรือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง แต่การกระทำลักษณะนี้ทำให้ข้าวพันธุ์ดังกลาวหายไป ซึ่งอาจตีความได้ว่า มีการลดน้อยถอยลงของผลผลิตที่ได้จากที่ดิน หลังจากนั้นจึงเกิดการแบ่งที่ดินกันเป็นกรรมสิทธิ์ของแต่ละคน ตามมาด้วยการขโมย โกหก และอื่นๆ (อ่านทั้งพระสูตรได้ที่ http://th.wikisource.org/wiki/พระสุตตันตปิฎก_เล่ม_๓_ทีฆนิกาย_ปาฏิกวรรค_-_๔._อัคคัญญสูตร)
จากพระสูตรมองได้ 3 ประเด็น หนึ่งคือ กรรมสิทธิ์ที่ดินของเอกชนนั้นเกิดขึ้นจากความเสื่อมลงของคนและความขาดแคลนทางเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากการเสื่อมลงของคุณธรรม สองคือ กรรมสิทธิ์เอกชนก็ไม่ใช่สถาบันที่สมบูรณ์แบบ และจริงๆยังนำมาสู่พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆอีกด้วย แต่ในพระไตรปิฎกก็ไม่ได้แนะนำเอาไว้ว่าระบบกรรมสิทธิ์แบบใดจึงจะดี สามคือ เหตุการณ์ตามเรื่องก็เป็นเหตุให้เกิด วรรณะ ต่างๆตามมา
อย่างไรก็ดี [...]
Frederic Pryor นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันที่เขียนงานเกี่ยวกับพุทธเศรษศาสตร์ที่น่าสนใจไว้ 2 ชิ้นในปี 1990 และ 1991 ตีพิมพ์ลงใน American Journal of Economics and Sociology ในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่วิทยาลัย Swarthmore (1972-1998) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Senior Research Scholar ที่วิทยาลัย Swarthmore (1998-present) เขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานในภาควิชาการคนแรกเท่าที่ค้นเจอใน Google Scholar ที่สนใจพุทธเศรษฐศาสตร์โดยตรง
งาน 2 ชิ้นของเขามุ่งเน้นค้นคว้าเกี่ยวกับ ระบบเศรษฐกิจแบบพุทธ (Buddhist Economic System) โดยชิ้นแรกเน้นที่หลักการที่ปรากฎในพระไตรปิฎก คือ คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางเศรษฐกิจ ชิ้นที่สองได้มีการนำเสนอระบบเศรษฐกิจแบบพุทธที่เป็นไปได้บนพื้นฐานของคำสอนในพระไตรปิฎก
สำหรับบทความนี้จะเน้นที่บทความแรกในปี 1990 ของเขาก่อน ชื่อ “A Buddhist Economic Syste. In Principle: Non-Attachment to Worldly Things is [...]
* เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ http://thaistudents.nl/node/24
by กู้เกียรติ (แปลและเรียบเรียง)
ขี้หู (ear wax หรือ cerumen) พบได้ในหูของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ไม่มีใครทราบชัดเจนว่ามีหน้าที่อะไร บ้างก็ว่าหลั่งออกมาทำความสะอาดช่องหู (ดูสกปรกมากกว่า ว่ามั้ยครับ) บ้างก็ว่าหลั่งออกมาหล่อลื่นช่องหูและดักจับแมลง (อันนี้ค่อยฟังขึ้นหน่อย) แต่ก็มีคนแย้งว่าขี้หูไม่เห็นมีประโยชน์เลย มิหนำซ้ำยังทำให้ไม่ค่อยได้ยินอะไรเพราะไปอุดกั้นทางเดินเสียงไปยังเยื่อแก้วหูนั่นเอง
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมีคุณหรือโทษ ก็มีนักวิทยาศาสตร์ศึกษาลักษณะของขี้หูและพบว่ามี 2 ชนิด คือแบบเปียกกับแบบแห้ง (ยังกับประเภทขยะแน่ะ) ขี้หูแบบเปียกพบได้บ่อยในฝรั่ง ส่วนขี้หูแบบแห้งมักพบในคนเอเชีย (โดยเฉพาะแถบอากาศหนาวอย่างญี่ปุ่น) สาเหตุที่คนญี่ปุ่นมีขี้แห้งนั้นสันนิษฐานว่าเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำในภาวะอากาศหนาวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงมีคนสงสัยว่าอะไรทำให้คนเรามีขี้หูต่างกัน
*เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ http://buddhisteconomicsreview.wordpress.com/
เมื่อพูดถึงพุทธเศรษฐศาสตร์ งานชิ้นหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงแม้สักหน่อยก็คือ Small is Beautiful: Economics as if people mattered ของ E.F. Schumacher งานชิ้นนี้นับได้ว่าเป็นงานชิ้นแรกที่กล่าวถึงคำว่า Buddhist economics – พุทธเศรษฐศาสตร์ ความนิยมในงานนี้สูงมาก หากดูจากจำนวนการถูกอ้างอิง (จาก Google scholars) จะเห็นว่างานชิ้นนี้ถูกอ้างอิงมากกว่า 6,000 ครั้ง และงานนี้ก็ยังถูกอ้างอิอย่างต่อเนื่องในงานพุทธเศรษฐศาสตร์
การดูดวงกับหมอดูเป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะเคยผ่านประสบการณ์มาแล้วไม่มากก็น้อย จากวารสารเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ฉบับล่าสุด นักเศรษฐศาสตร์จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA ได้ทำการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดหมอดู พฤติกรรมการดูดวง และปัจจัยที่ส่งผลต่อความเต็มใจจะจ่ายในการดูดวง จากกลุ่มตัวอย่างชาวกทม.จำนวน 300 คน
หากถามว่าเราแก้ปัญหาความยากจนด้วยการเอาเงินให้กับคนจนเลยเป็นเรื่องดีหรือไม่? จากประสบการณ์ของประเทศเราเองในช่วงที่ผ่านมา อาจจะบอกว่าไม่ดี เพราะมันจะทำให้คนยากจนไม่พึ่งตนเองแต่มาพึ่งเงินที่รัฐให้แทน อย่างไรก็ดี จากประสบการณ์ในต่างประเทศพบว่า
หัวข้อตามกลุ่มสาขาวิชา
Archives

